เศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์จุฬาฯ ส่องศก.ไทยปี 66! อุปสงค์ในปท.-ท่องเที่ยว

เศรษฐศาสตร์จุฬาฯ ส่องศก.ไทยปี 66! อุปสงค์ในปท.-ท่องเที่ยว ขึ้นแท่นพระเอก-นางเอก

คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงานเสวนาออนไลน์ Chula Econ Forum ถกหัวข้อ เศรษฐกิจไทย 66 มองไปข้างหน้า หลังวิกฤตโควิด-19 ร่วมกับ 3 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ล้วนประสานเสียงไปในทางเดียวกันว่า ปี 66 เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน ท่องเที่ยวเด่น ส่งออกเหนื่อย ถึงเวลาปรับนโยบายการเงินการคลังสู่ภาวะปกติ มุ่งดูแลเงินเฟ้อและเสถียรภาพระยะยาว

เศรษฐศาสตร์

น.ส.อานันท์ชนก สกนธวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ตัวเลขของสภาพัฒน์ที่แถลงเมื่อเดือนพฤศจิกายน ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 65 โตได้ 3.2% ส่วนปี 66 คาดว่าอยู่ในกรอบ 3-4% โดยมีตัวขับเคลื่อนหลักจากจากการบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนภาคเอกชน ส่วนการส่งออกอาจโตได้เพียง 1% ถือว่าชะลอตัวลง จากเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังย่ำแย่ ยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐ และประเทศในยุโรป จะเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากเงินเฟ้อพุ่งสูง แนะภาครัฐต้องช่วยขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น เอเชีย และตะวันออกกลาง

“เศรษฐกิจไทยฟื้นได้ตัวชัดเจนมากจากไตรมาส 4/64 พระเอกคือ อุปสงค์ภายในประเทศ โดยตัวเลขไตรมาส 3/65 การอุปโภคบริโภคภายในประเทศขยายตัว 9% และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 11% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากแบบที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนนางเอก คือภาคการท่องเที่ยว สภาพัฒน์ประเมินปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอีก 23.5 ล้านคน”
นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มีการคาดการณ์เรื่องการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ล่าช้าไว้อยู่แล้ว งบประมาณปี 2566 จึงได้วางไว้แบบขาดดุลที่ 6.9 แสนล้านบาท เป็นการขาดดุลต่อเนื่องเพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ สัดส่วนหนี้สาธารณะในปัจจุบันอยู่ที่ 60% ของ GDP เนื่องจากรัฐกู้เงินพิเศษมาดูแลสถานการณ์โควิด ในปี 63 กู้ 1 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 97% ส่วนปี 64 กู้ 5 แสนล้าน เบิกจ่ายแล้ว 93% โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้สกุลเงินบาท และเป็นหนี้ระยะยาว ซึ่งยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังไม่เกิน 70% ของจีดีพี สะท้อนว่าฐานะทางการคลังยังอยู่ในเกณฑ์ดี